เรื่อง หอหญิงผีเฮี้ยน เล่าเรื่องผี โดย สินธุชา มาธวรรย์ #ผีดุ #ผีหลอก #สยองขวัญ

 

หอหญิงผีเฮี้ยน


เรื่องนี้เกิดขึ้นในปีพ.. 2531 นับเป็นประสบการณ์สยองขวัญที่แป๋วไม่เคยลืม นึกถึงเหตุการณ์นี้ทีไรก็อดขนลุกไม่ได้

สมัยนั้นการจะเข้าเรียนต่อในมหาวิทยาลัยของรัฐ ยังต้องผ่านด่านการสอบเอนทรานซ์ ซึ่งจะแตกต่างไปจากสมัยนี้ และหลังจากผ่านด่านโหดหินมาได้ แป๋วก็ต้องไปลงทะเบียน ในฐานะนักศึกษาใหม่ของมหาวิทยาลัยมีชื่อแห่งหนึ่งในภาคอีสาน จากนั้นพอเปิดเทอมแรก พ่อกับแม่ของแป๋วก็ขับรถพามาส่งตัวเข้าหอพักในมหาวิทยาลัยแห่งนั้น

นอกจากมหาวิทยาลัยของแป๋วจะมีชื่อเสียงเรื่องการเรียนการสอนแล้ว เรื่องผีดุก็โด่งดังอยู่หลายเรื่อง แต่แป๋วก็ไม่ได้สนใจอะไรนัก เพราะตอนนั้นเรื่องผี ๆ สาง ๆ ยังเป็นเรื่องไกลตัวของแป๋วอยู่มาก ดังนั้นถึงแม้ว่าหอพักของแป๋วจะมีเสียงร่ำลือกันว่าเป็นหอผีสิงก็ตาม แต่แป๋วก็ไม่ได้นึกกลัว เมื่อได้ฟังจากปากของใครก็จะเอาแต่ขำเท่านั้น 

แป๋วจำได้ว่า ห้องของแป๋วอยู่ชั้น 3 ภายในก็เป็นห้องเล็ก ๆ ดูสะอาดเรียบร้อยดี แม้จะเก่าไปบ้างเพราะตึกสร้างมานานเป็นสิบปีแล้ว ที่สำคัญ ตอนเดินเข้าห้องพัก แป๋วเกิดอาการขนลุกขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ ในตอนนั้น รุ้สึกว่าบรรยากาศภายในห้องช่างเย็นยะเยือกสิ้นดีราวกับกำลังเดินเข้าห้องดับจิตในโรงพยาบาล แต่แป๋วก็คิดไปว่า คงเป็นอาการของน้องใหม่นั่นเอง

ห้องพักของแป๋วไม่มีเฟอร์นิเจอร์อะไรมากนัก ชิ้นใหญ่ๆ หน่อยก็มี ตู้เสื้อผ้า เตียงสองชั้นอยู่หลังหนึ่ง เตียงเดี่ยวขนาดเล็กอีกหนึ่งเตียง แล้วก็มีโต๊ะเขียนหนังสือของใครของมัน ไม่มีห้องน้ำส่วนตัว เด็กหอทุกคนต้องไปใช้ห้องน้ำรวมซึ่งมีอยู่ทุกชั้น และโชคดีที่แป๋วได้รูมเมดเป็นคนบ้านเดียวกันชื่อ พี่บุ๋ม กับพี่ม้อย พี่บุ๋มกับพี่ม้อยนอนเตียงล่างอยู่ก่อนตั้งแต่ปีที่แล้ว ที่นอนว่างจึงมีเหลือแค่เตียงบน แต่แป๋วก็ไม่มีปัญหาอะไรเพราะรู้ดีว่า ตัวเองเป็นรุ่นน้อง

แต่แล้วคืนแรกของการนอนหอในก็เกิดเรื่องจนได้ หลังจากพยายามนอนให้หลับอยู่นาน เพราะเสียงเด็กหอพากันเดินลากรองเท้าแตะดังแกรก ๆ ผ่านหน้าห้องตั้งแต่หัวค่ำ แป๋วผล็อยหลับไปได้พักใหญ่ ๆ ก็ต้องสะดุ้งตื่น ตอนนั้นประมาณตีสอง แป๋วรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาเพราะได้ยินเสียงเคาะประตู เหมือนจะเป็นการเคาะประตูเรียกให้เปิด

แป๋วงัวเงียขยี้ตาตัวเอง แล้วชะโงกหน้าลงมาดูพี่บุ๋มกับพี่ม้อย ก็เห็นว่าพี่บุ๋มกำลังนอนคว่ำหน้าอยู่บนที่นอน ส่วนพี่ม้อยนอนตะแคงอยู่อีกเตียงหนึ่ง ทีแรกแป๋วคิดว่าคงมีพี่คนใดคนหนึ่งออกไปเข้าห้องน้ำ แล้วกลับเข้าห้องไม่ได้ เนื่องจากเผลอกดปุ่มล็อกลูกบิด เลยต้องเคาะเรียกแป๋วให้เปิดประตู

แต่ในเมื่อทั้งสองคนยังคงนอนอยู่ในห้อง แล้วใครล่ะที่กำลังเคาะประตูอยู่ ไม่รู้ว่าโชคดีหรือโชคร้ายที่ห้องพักทุกห้องในหอนี้ จะมีช่องลมระบายอากาศอยู่ใกล้กับเตียงนอนชั้นบน แป๋วจึงลุกขึ้นมองออกไปทางช่องลมนี้ เพื่อดูว่าใครมาเคาะประตูกลางดึก แต่ปรากฎว่าไม่มีใครเลย นอกจากมีน้ำนองอยู่หน้าประตูห้องจำนวนมาก “คงมีใครในหอนี้มาแกล้งแน่ ๆ บางทีจะเป็นพวกรุ่นพี่ สงสัยจะเป็นการรับน้องใหม่” แป๋วบอกกับตัวเอง

ด้วยความง่วง แป๋วจึงล้มตัวลงนอนอีกครั้ง แล้วขณะที่กำลังจะเคลิ้มหลับอยู่นั้นเอง เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นมาอีก คราวนี้ดังมากกว่าเก่า และเคาะถี่ขึ้นจนกลายเป็นเสียงเคาะรัว ๆ ประตูห้องและลูกบิดก็สั่นและเขย่าเหมือนจะหลุดทะลุเข้ามาภายในห้องพัก ด้วยความโมโห แป๋วจึงรีบปีนลงจากเตียงนอนชั้นบน แล้วตรงดิ่งไปกระชากประตูเปิดดู ในใจคิดว่าต้องเป็นยัยกุ้ง เพื่อนที่จบมาจากโรงเรียนเดียวกัน แต่พักอยู่ที่ชั้นสอง มาเคาะแกล้งแน่ๆ ทันใดนั้นก็ต้องตกตะลึง เมื่อพบแต่ความว่างเปล่า ไม่มีใครยืนอยู่ตรงหน้าห้องเลย จะมีก็แต่น้ำที่นองอยู่ตรงหน้าประตูเท่านั้นเอง 

แป๋วรีบปิดประตู แล้วหันกลับมาส่งเสียงเรียกรุ่นพี่ทั้งสองคนให้ตื่ีน แต่ไม่มีใครตื่นขึ้นมาเลย แป๋วจึงต้องเขย่าร่างพี่บุ๋มซึ่งนอนคว่ำหน้าอยู่ แต่เขย่าเท่าไรก็ไม่รู้สึกตัว จึงเปลี่ยนไปปลุกพี่ม้อยบ้าง พี่ม้อยเหมือนจะรู้สึกตัวบ้าง เพราะทำเสียงฮือ ๆ อยู่ในลำคอ แต่ไม่ยอมลืมตา

ตอนนั้นแป๋วทำอะไรไม่ถูกแล้ว จะหวังพึ่งใครก็ไม่ได้ เพราะคิดว่าพวกรุ่นพี่คงรวมหัวกันกลั่นแกล้งรุ่นน้องอย่างแน่นอน คงกะจะทำให้กลัวจนร้องไห้ ถ้ารุ่นน้องกลัวมาก ๆ ก็จะปรากฎตัวออกมาแล้วหัวเราะขำกันใหญ่ แป๋วจึงพยายามไม่กลัว เพื่อให้พวกรุ่นพี่ผิดหวังไปตาม ๆ กัน แล้วแป๋วก็จะเป็นผู้ชนะ แค่ทำผีหลอกแบบเด็ก ๆ แป๋วไม่มีทางกลัวหรอก ตอนนั้นแป๋วพยายามสะกดจิตตัวเอง เพราะแถวบ้านเกิดของแป๋วมีทั้งผีปอบ ผีกระสือ และอีกสารพัดผี ที่พวกผู้ใหญ่เคยเล่าให้ฟังมาตั้งแต่เด็ก จนแป๋วรู้สึกคุ้นเคยกับผีไทยเป็นอย่างดี

แต่เมื่อมีร่างของผู้หญิงคนหนึ่งในชุดนอนเหมือนเด็กหอทั่วไป เดินก้มหน้าทะลุประตูเข้ามาก็ทำให้ความคิดของแป๋วเปลี่ยนไปตลอดกาล แป๋วยกมือขึ้นปิดปาก นัยน์ตาค้าง จ้องมองร่างนั้นแทบไม่กระพริบ จนกระทั่งร่างดังกล่าวเดินเหมือนลอยผ่านเตียงพี่ม้อยไปทางด้านหลังห้องจนทะลุผนังปูนหายไป แป๋วจึงค่อยกรีดร้องออกมาลั่นห้อง แล้วเป็นลมหมดสติไป 

แป๋วมารู้ตัวอีกครั้งก็เมื่อพี่บุ๋มกับพี่ม้อยพากันมารุมล้อมลูบหัวลูบหลังเพื่อปลอบขวัญ ปากก็บอกว่าไม่ต้องกลัวนะ ร่างที่เห็นคือพี่จิ๋มซึ่งเป็นพี่รหัสของพี่รหัสของพี่บุ๋มอีกที

พี่จิ๋มแกก็ชอบทำแบบนี้แหละ ชอบมารับน้องเฟรชชี่เสมอ” พี่ม้อยพูดพร้อมกับหัวเราะเบา ๆ “พี่ยังเคยโดนมาแล้ว”

พี่จิ๋มที่ว่านี่เป็นผีใช่มั้ยคะ” แป๋วถามด้วยน้ำเสียงที่ยังคงสั่นไม่หาย

คงงั้นแหละ พี่จิ๋มผูกคอตายในห้องน้ำหอนี้ตอนเรียนอยู่ปี 3 ลือกันว่าแกอกหักเพราะไปหลงรักอาจารย์หนุ่มคนหนึ่งที่มีคู่หมั้นแล้ว”

แล้วนี่พี่จิ๋มจะมาหลอกแป๋วอีกหรือเปล่า แป๋วกลัว กลัวจริง ๆ แป๋วอยากย้ายหอ”

ไม่ต้องห่วง พี่จิ๋มจะมาทักทายน้อง ๆ ปีละครั้งตอนเปิดเทอมเท่านั้นแหละ โดยเฉพาะน้องใหม่ที่นอนห้องนี้ และต้องเตียงบนด้วยนะ อย่ากลัวไปเลย พี่จิ๋มแกแค่เคยนอนตรงนั้นมาก่อน”

พูดจบพี่บุ๋มกับพี่ม้อยก็พากันหัวเราะเหมือนเป็นเรื่องตลกขบขัน มิน่าทั้งสองคนถึงไม่ยอมนอนตรงนั้น แป๋วบอกตัวเอง แล้วก็จริงอย่างที่พี่บุ๋มว่า เพราะตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา จนแป๋วขึ้นชั้นปีสอง แป๋วก็ไม่เคยเจอผีพี่จิ๋มมาหลอกเหมือนคืนแรกอีกเลย ผีพี่จิ๋มคงแค่มาทักทายน้องใหม่ตามประสารุ่นพี่จริง ๆ นั่นแหละ

แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา แป๋วก็กลายเป็นคนกลัวผีขนาดหนักไปอย่างช่วยไม่ได้ เพราะแป๋วเคยเห็นกับตามาแล้วว่า ผีมีจริง



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

กรุณาแสดงความคิดเห็นโดยสุภาพ และไม่ผิดกฎหมาย