เรื่อง ผีนักบิดมอเตอร์ไซค์ เล่าเรื่องผีโดย สินธุชา มาธวรรย์ #ผีดุ #ผีหลอก #สยองขวัญ

ผีนักบิดมอเตอร์ไซค์


เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อประมาณยี่สิบปีก่อนเห็นจะได้ ตอนนั้นอรยังเป็นนักศึกษาปี 2 ในมหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่งทางภาคอีสาน ถ้าเอ่ยชื่อออกไปนี่ รับรองว่าต้องร้องอ๋อกันเลยทีเดียวเชียวแหละ


มันเป็นช่วงเวลาที่อรเพิ่งจะย้ายออกจากหอในมาอยู่หอนอก ซึ่งเป็นหอรวมชายหญิง สามารถเข้าออกได้อย่างอิสระ ไม่มีการปิดหอในตอนกลางคืนเหมือนอยู่หอใน แม้ว่าหอพักแห่งใหม่นี้ราคาจะค่อนข้างสูงอยู่สักหน่อย แต่ก็ดีตรงที่เป็นตึกสร้างใหม่ ห้องพักใหม่เอี่ยม มีห้องน้ำในตัวอย่างสะดวกสบาย ไม่ต้องใช้ห้องน้ำรวมเหมือนหอใน สรุปได้ว่าชีวิตของอรสะดวกขึ้นมาก

ปัญหาอย่างเดียวของหอพักนี้ที่อรพบ ก็คือ เสียงรบกวนจากรถมอเตอร์ไซค์ของนักศึกษาชายคนหนึ่ง ที่อรรู้จักในภายหลังว่าชื่อ “พัฒน์” เพราะรถมอเตอร์ไซค์ของคนชื่อพัฒน์นั้น นอกจากท่อไอเสียจะมีเสียงดังกระหึ่มสั่นสะเทือน แบบทะลุเข้ามาในห้องแล้ว เขายังชอบล้างรถมอเตอร์คันโปรดในตอนกลางคืนที่ลานจอดรถหน้าตึกอีกด้วย 

พูดถึงพัฒน์แล้ว เขาเป็นชายหนุ่มรูปร่างหน้าตาดีทีเดียว ตอนที่เกิดเรื่องนั้นเขากำลังเรียนอยู่ชั้นปี 4 แต่คนละคณะกับอร

พัฒน์มักจะกลับมาหอหลังเที่ยงคืนเป็นประจำ เพราะทำงานพิเศษในสวนอาหารย่านชานเมือง

เวลาเขาเดินทางกลับมาที่หอหลังเลิกงาน ทุกคนในหอจะสะดุ้งตื่นเสมอ เพราะอย่างที่บอกไปแล้วว่า เสียงท่อไอเสียรถมอเตอร์ไซค์ของพัฒน์ดังมาก

เคยมีคนไปเตือนเขาเรื่องนี้หลายครั้งแต่ก็ปากแตกกลับมาแทบทุกครั้ง แม้เจ้าของหอเองก็ทำอะไรไม่ได้ ถึงขนาดไล่ให้เขาย้ายไปอยู่ที่อื่นหลายครั้งก็ไม่สำเร็จ

ผู้อาศัยที่ทนเสียงดังไม่ไหวก็พากันย้ายหนีไปอยู่ที่อื่นกันหมด ใครที่ทนได้ก็ทนกันไป และอาศัยความอดทนจนชินกันไปเอง มีหลายคนใช้วัสดุอุดหู เพื่อลดการได้ยิน ก็พบว่าช่วยได้มากทีเดียว

สำหรับอรนั้นกลับแปลกและแตกต่างออกไป อรรู้สึกดีใจที่สะดุ้งตื่นขึ้นมาทุกครั้ง เพราะเสียงรถมอเตอร์ไซค์ของพัฒน์ และแทบทุกครั้งเธอจะโผร่างไปเกาะที่หน้าต่างห้อง เพื่อมองลงไปยังลานจอดรถหน้าหอพัก

ในเวลานั้นเธอจะได้เห็นพัฒน์บรรจงถอดหมวกกันน็อคออกอย่างช้า ๆ แล้วใช้มืออีกข้างเสยผมเผ้าให้เข้ารูป ในความคิดของอรรู้สึกว่า นั่นช่างเป็นท่วงท่าที่ดูเท่สุด ๆ ราวกับว่า พัฒน์เป็นพระเอกในภาพยนตร์หลาย ๆ เรื่องที่เคยดูมาเลยก็ว่าได้

หลังจากนั้นพัฒน์ก็จะเดินไปเปิดก๊อกน้ำ แล้วลากสายยางมาล้างรถมอเตอร์ไซค์คันโปรด พัฒน์มักจะใช้เวลาล้างรถมอเตอร์ของเขาไม่นานนัก เพราะล้างบ่อยแทบทุกวันอยู่แล้ว รถมอเตอร์ไซค์ของเขาจะดูสะอาดเสมอ และทำให้อรฝันหวานว่า สักวันหนึ่งเธอคงจะได้นั่งซ้อนมอเตอร์ไซค์ไปเที่ยวกับพัฒน์

แต่สิ่งที่อรฝันไว้ก็ไม่เคยเกิดขึ้นจริง เธอยังไม่ทันได้ทอดสะพานให้พัฒน์หรือแม้แต่จะได้พูดคุยกันเลย เช้าวันหนึ่ง อรก็ได้รับข่าวร้ายเกี่ยวกับพัฒน์ 

คนดูแลหอพักบอกอรว่า ตั้งแต่นี้เป็นต้นไปทุกคนในหอพักจะนอนหลับได้โดยไม่ต้องสะดุ้งตื่นขึ้นกลางดึกเพราะเสียงมอเตอร์ไซค์ของพัฒน์อีกแล้ว นั่นเป็นเพราะว่ามอเตอร์ไซค์คันนั้น ถูกรถสิบล้อทับจนเละเทะถึงขั้นอู่ไม่รับซ่อม

แล้วพัฒน์ล่ะคะ เจ๊อ้อย เขาเป็นยังไงบ้าง” อรถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

จะเหลือเรอะ คนที่ไปดูศพบอกว่า เห็นสภาพแล้วยังช็อคไม่หาย”

อรยกมือขึ้นปิดปาก อดร้องไห้ออกมาไม่ได้ แม้ว่าจะไม่ได้รู้จักกันเป็นการส่วนตัวเลยก็ตาม หลังจากนั้นอรก็ไปเรียนหนังสือ แต่ปรากฎว่าเรียนไม่รู้เรื่องทุกวิชาในวันนั้น

ตกเย็นอรกลับมาที่ห้องพัก แล้วนั่งทำรายงานส่งอาจารย์ ทำเสร็จก็มานอนเอนหลังอ่านหนังสือบนที่นอน จนกระทั่งผล็อยหลับไปในที่สุด

อรมาสะดุ้งตื่นอีกครั้งหลังเที่ยงคืน เมื่อเธอได้ยินเสียงที่แสนจะคุ้นเคยอีกครั้งหนึ่ง มันคือเสียงท่อมอเตอร์ไซค์คันนั้นนั่นเอง

พัฒน์กลับมาแล้วเหรอ” ตอนแรกอรเผลอคิดด้วยความดีใจ แต่แล้วก็นึกขึ้นได้ว่าพัฒน์เพิ่งเสียชีวิตไปหยอก 

อาจจะเป็นเสียงรถมอเตอร์ไซค์ของคนอื่นก็เป็นได้ อรพยายามปลอบใจตัวเอง แต่สักครู่ต่อมาเสียงน้ำไหลและเสียงเหมือนคนกำลังล้างรถอยู่หน้าหอพัก ก็ทำให้อรถึงกับต้องมุดร่างเข้าใต้ผ้าห่มเพื่อนอนคลุมโปง แทบจะไม่อยากหายใจ เพราะเกรงว่าใครที่อยู่ด้านล่างจะล่วงรู้ว่าเธอรู้สึกตัวอยู่ในห้องนี้ แล้วโผล่หน้ามาทักทายเธอตรงต่าง 

อรนอนคลุมโปงตัวสั่นอยู่อย่างนั้นจนเช้า พอฟ้าสางจึงหลับไปด้วยความอ่อนเพลีย วันนั้นจึงเป็นวันที่อรไปเรียนสาย และเมื่อกลับมาที่หอพักในตอนเย็นก็รู้ว่าเธอไม่ได้ฝันไป หลายคนที่ตื่นอยู่ในช่วงเวลาดังกล่าวต่างก็ได้ยินเสียงมอเตอร์ไซค์และเสียงล้างรถด้วยกันทั้งนั้น แต่ไม่มีใครแม้สักคนเดียวที่กล้าโผล่หน้าออกไปดูทางหน้าต่าง แม้แต่คนดูแลหอหรือเจ้าของหอพัก

ในวันนั้น อรยังได้รับรู้อีกว่า นอกจากเมื่อคืนจะมีเสียงมอเตอร์ไซค์ ที่แสนจะคุ้นเคยดังกระหึ่มแล้ว พื้นปูนลานจอดรถยังมีรอยเปียกน้ำอีกด้วย เพื่อนนักศึกษาหลายคน รวมถึงผู้เช่าที่เป็นคนทำงานจำนวนหนึ่ง ต่างก็พากันทยอยย้ายออกจากหอจนแทบจะกลายเป็นหอร้าง บรรยากาศภายในหอพักจึงดูวังเวงเหมือนตึกร้าง ดูเหมือนว่าจะเหลือห้องของอรกับคนใจกล้าคนอื่น ๆ หรือคนไม่มีทางไปรวมกันแล้วไม่ถึงห้าห้อง ดังนั้นพอตกค่ำทุกคนก็พากันหลบเข้าห้องใครห้องมัน และไม่โผล่หน้าออกมาเดินเล่นเลย


คืนต่อ ๆ มาเสียงรถมอเตอร์ไซค์และเสียงล้างรถยังคงเกิดขึ้นตามปกติ แต่หลังจากงานศพของพัฒน์เสร็จสิ้นลงแล้ว เสียงดังกล่าวก็หายไปเอง และพื้นปูนลานจอดรถไม่มีรอยเปียกน้ำอีกแล้ว ผู้คนก็เริ่มกลับมาเช่าหอพักอยู่กันเต็มทุกห้องเหมือนเช่นเดิม แต่เรื่องราวของเสียงสยองขวัญสั่นประสาทดังกล่าวยังคงเป็นเรื่องเล่าจนกลายเป็นตำนานของหอพักมาจนทุกวันนี้


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

กรุณาแสดงความคิดเห็นโดยสุภาพ และไม่ผิดกฎหมาย