ผีจอมปลวก เล่าโดย สินธุชา มาธวรรย์ #อ่านเรื่องผี #เรื่องหลอน #ผีหลอก

 

ผีจอมปลวก

ตามตำราบอกว่า หากจอมปลวกขึ้นทางทิศตะวันตกหรือทิศตะวันออกเฉียงใต้ไม่ดี จะมีเรื่องเดือดร้อน ถ้าเป็นทิศอื่นนอกเหนือไปจากนี้ถือว่าดีหมด จะมีโชคมีลาภ”

วันก่อนกวินซึ่งเป็นเด็กรุ่นหลานในหมู่บ้านได้มาหาปู่ชาย แล้วเล่าว่าเกิดจอมปลวกแดงขึ้นริมรั้วบ้านของเขา ปู่ชายจึงพูดถึงเรื่องทิศทางที่ปลวกขึ้นให้เขาฟังพอเป็นความรู้ ซึ่งที่ว่าไปนั้นก็นับเป็นความเชื่อของคนรุ่นเก่าหรือคนโบราณ แล้วแต่จะเรียกกัน

ปลวกมันมีอำนาจให้คุณให้โทษขนาดนั้นเลยหรือครับคุณปู่” กวินย้อนถามด้วยสีหน้าทึ่งและประหลาดใจ

ได้ยินดังนั้น ปู่ชายก็อดไม่ได้ที่จะถ่ายทอดเรื่องราวในวัยเด็กของตนเกี่ยวกับจอมปลวกให้กวินฟัง ตามประสาคนแก่ ซึ่งมักจะชอบคุยเรื่องเก่าเล่าความหลังเสมอถ้ามีโอกาส หรือมีคนเปิดช่องให้



เหตุการณ์ประหลาดนี้เกิดขึ้นในช่วงวันสงกรานต์ของฤดูร้อนปี พ.. 2514 ในเวลานั้นปู่ชายอายุประมาณเก้าขวบแล้ว อาศัยอยู่ในซอยหลังตลาดเจริญนคร อำเภอคลองสาน จังหวัดธนบุรี ซึ่งในภายหลังได้เปลี่ยนชื่อเป็นเขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร เมื่อมีการปรับปรุงการปกครองให้ทันสมัยมากขึ้น 

ปู่ชายจำได้ว่า หลังจากผ่านความสนุกสนานด้วยการเล่นสาดน้ำอย่างหนักได้เพียงหนึ่งวัน ทุกคนก็กลับมาใช้ชีวิตตามปกติ ยกเว้นก็แต่บ้านของลั่นทมเพียงบ้านเดียว ได้ยินพวกผู้ใหญ่พูดกันว่าลั่นทมป่วยหนัก อาการเป็นตายเท่ากัน

ลั่นทมนั้นเป็นเด็กผู้หญิง อายุประมาณสิบสามขวบ มีนิสัยเกกมะเหรกเกเร ชอบกลั่นแกล้งเด็กคนอื่น ๆ ที่อายุน้อยหรือตัวเล็กกว่าตน นอกจากนี้ยังมีนิสัยไม่เรียบร้อย ขาดการอบรมให้มีมารยาท เวลาเดินไปไหนมาไหนก็มักจะเดินไป ถุยน้ำลายไปตลอดทาง และหากมีอะไรกีดขวางทาง ไม่ว่าจะเป็นสิ่งของ หรือหมูหมากาไก่ ลั่นทมเห็นเป็นไม่ได้ จะชอบเตะเล่นอยู่เสมอ

ปู่ชายเล่าว่า โดยส่วนตัวแล้วปู่ชายไม่ชอบขี้หน้าลั่นทมเลย เพราะชอบแกล้งปู่ชายอยู่บ่อย ๆ ครั้นจะหลบหน้าก็ลำบาก เพราะบ้านอยู่ติดกัน มีเพียงแค่รั้วสังกะสีกั้นเอาไว้เท่านั้น เมื่อได้ยินว่าลั่นทมป่วย ปู่ชายก็รู้สึกสบายใจว่าระยะนี้ลั่นทมคงไม่มีปัญญามาแกล้งปู่ชายอย่างแน่นอน

ตกตอนเย็นวันนั้น ด้วยความอยากรู้อยากเห็น ปู่ชายจึงปีนรั้วบ้านและมองไปที่บ้านของลั่นทม ก็เห็นร่างอันไม่ได้สติของลั่นทมนอนอยู่บนเสื่อบนระเบียงบ้าน พ่อแม่และญาติพี่น้องของลั่นทมพากันนั่งจับเข่าเจ่าจุก ดูดสีหน้าสีตาเป็นทุกข์กันอย่างหนัก 

ปู่ชายรีบนำข่าวมาบอกพวกผู้ใหญ่ทางบ้าน ซึ่งก็ทำให้ได้รับข้อมูลเพิ่มเติมว่า เดี๋ยวตอนค่ำ ๆ ที่บ้านของลั่นทมจะมีคนมาทำพิธีเข้าทรง นัยว่าจะทำให้รู้ถึงสาเหตุของการป่วยไข้และหาทางรักษาได้ถูกวิธี

สงสัยลั่นทมจะผีเข้า” แม่ของปู่ชายสันนิษฐาน

ปู่ชายกับเด็กคนอื่น ๆ ที่เป็นญาติกันพอได้ยินคำว่า “ผี” ก็หวาดกลัวแกมตื่นเต้นตามประสาเด็ก ๆ แต่ไม่วายชักชวนและนัดแนะกันว่าจะไปปีนรั้วแอบดูเขาทำพิธีเข้าทรงในตอนค่ำ

พอตกค่ำ คนทรงก็มาจริง ๆ คนทรงผู้นี้เป็นชายวัยกลางคน สวมชุดขาวทั้งชุด ปู่ชายเห็นเขาจุดธูปเทียนไหว้พระ จากนั้นก็ท่องบ่นถ้อยคำอะไรสักอย่างหนึ่งอยู่นาน ปู่ชายฟังไม่ถนัดนัก เพราะต้องชะเง้อหน้าสังเกตการณ์จากระยะไกล

สักพักหนึ่งร่างของชายคนนั้นที่นั่งขัดสมาธิ หลับตาอยู่บนพื้นระเบียงบ้าน ก็ค่อย ๆ สั่นเทิ้มและโยกไปมา จากนั้นก็ตอบข้อซักถามของพ่อแม่ลั่นทมด้วยสุ้มเสียงห้าว ๆ ในฐานะเจ้าพ่อจอมปลวก

ปู่ชายพยายามเงี่ยหูฟังอย่างหนัก พอจับใจความได้ว่าลั่นทมถูกเจ้าพ่อจอมปลวกเล่นงานเข้าให้แล้ว เนื่องจากเมื่อวานนี้ ขณะเล่นสงกรานต์กันอยู่ ลั่นทมเกิดนึกสนุกอะไรขึ้นมาก็ไม่รู้ อาจจะเป็นความเคยชินตามนิสัยก็เป็นได้ เมื่อเดินผ่านจอมปลวกตรงหน้าบ้านที่เพิ่งขึ้นได้ไม่นานนัก ก็ใช้เท้าเตะจอมปลวกจนยอดของมันหักกระเด็นไปไกล  

เจ้าพ่อจอมปลวกในร่างคนทรงกล่าวว่า ท่านโกรธและอาฆาตลั่นทมมาก จึงทำให้ลั่นทมมีสภาพเป็นไปเช่นนี้ พ่อแม่ของลั่นทมพอได้ฟังเรื่องราวก็รีบบอกเจ้าพ่อจอมปลวกว่า จะขอขมาด้วยเหล้าขาวและเครื่องเซ่นต่าง ๆ เช่น ไก่ตอน เป็นต้น แต่คนทรงส่ายหน้าและปฏิเสธไม่รับ อ้างว่าลั่นทมนิสัยไม่ดี ก่อนหน้านั้นก็เคยถ่มน้ำลายใส่จอมปลวกอยู่เสมอ ที่ผ่านมาเจ้าพ่อจอมปลวกไม่ติดใจเอาความ ทว่าครั้งนี้ถึงขั้นเตะจนยอดจอมปลวกหัก จึงต้องลงโทษลั่นทม และนำไปเป็นบริวารรับใช้จนกว่าจะสิ้นอายุขัยที่แท้จริง

กูจะเอาให้มันถึงตาย” เสียงคนแก่สั่นเครือหลุดจากปากคนทรงได้ยินมาแว่ว ๆ ทำเอาปู่ชายขนลุกซู่ ซึ่งปู่ชายยังจำได้ไม่ลืมในอาการดังกล่าว แม้เหตุการณ์นี้จะผ่านมาหลายสิบปีแล้วก็ตาม

ปู่ชายเล่าว่านาทีต่อมาคนทรงก็ได้สติเป็นตัวของตัวเองอีกครั้งหนึ่ง เขาบอกให้พ่อแม่กับญาติ ๆ ของลั่นทมทำใจ เพราะเขาไม่อาจช่วยเหลืออะไรได้ เนื่องจากเจ้าพ่อจอมปลวกอาฆาตลั่นทมและไม่ยอมให้อภัยจริงๆ

เช้าวันรุ่งขึ้น เมื่อปู่ชายตื่นขึ้นมาก็ได้ยินข่าวว่าลั่นทมเสียชีวิตแล้วตั้งแต่เมื่อคืน

คอมันหัก หมุนได้รอบเลยนะ เจ้าพ่อจอมปลวกนี่เฮี้ยนจริง ๆ” ปู่ชายได้ยินเสียงแม่รายงานให้พ่อทราบ 



เมื่อปู่ชายมีอายุมากขึ้น และได้มองย้อนกลับไปพิจารณาเหตุการณ์ดังกล่าว ใจหนึ่งปู่ชายก็อดสงสัยไม่ได้ว่า บางทีอาจจะไม่ใช่เจ้าพ่อจอมปลวกที่ลงโทษลั่นทม แต่เป็นเพราะระบบสาธารณสุขของไทยยังไม่ดีและทั่วถึงมากกว่า ลั่นทมคงป่วยหนักด้วยโรคอะไรสักอย่างหนึ่ง ซึ่งหากพาไปโรงพยาบาลตั้งแต่เริ่มล้มหมอนนอนเสื่อก็อาจไม่เสียชีวิต แต่โรคอะไรเล่าที่ทำให้เด็กผู้หญิงคนหนึ่งถึงกับคอหักจนหมุนได้รอบตามที่แม่ของปู่ชายเล่าให้พ่อฟัง เรื่องนี้ปู่ชาไม่อาจเข้าใจได้จริง ๆ

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าเจ้าพ่อจอมปลวกจะมีจริงหรือไม่ หากใครเห็นจอมปลวกก็ควรระวังและไม่ไปรังแกมัน เพราะปลวกก็มีประโยชน์ตามธรรมชาติอยู่เหมือนกัน ยกเว้นถ้าปลวกขึ้นบ้านก็ต้องรีบหาวิธีกำจัดอย่าได้กลัวหรือรอช้า เพราะปลวกกินบ้านน่ากลัวมากกว่าผีจอมปลวก

เดี๋ยวผมกลับไปดูจอมปลวกก่อนนะครับคุณปู่ รู้สึกมันจะขึ้นทางทิศเหนือ ได้ยินว่าแม่จะทำพิธีขอหวยด้วย” กวินพูดกับปู่ชายแล้วก็ลุกขึ้นวิ่งตื๋อกลับบ้านไป

ปู่ชายมองตามหลังกวินแล้วส่ายหน้า อดหัวเราะออกมาไม่ได้



หมายเหตุ

จอมปลวกคือรังของปลวก มีลักษณะเป็นกองดินคล้ายสถูปเจดีย์ ไม่มีต้นไม้ต้นหญ้าขึ้นปกคลุม ภายในเป็นอาณาจักรหรือที่อยู่ของสิ่งมีชีวิตที่เรียกกันว่า “ปลวก” ซึ่งเป็นสัตว์ขนาดเล็ก รูปร่างคล้ายมด ไม่กัดคน ภายในรังปลวกจะมีปลวกอยู่สามประเภทคือ ปลวกทหาร ปลวกงาน และปลวกสืบพันธุ์ ประโยชน์ของปลวกทางธรรมชาติคือ เป็นสัตว์ที่ช่วยย่อยสลายใบไม้ใบหญ้าและวัตถุธรรมชาติต่าง ๆ เพื่อทำให้ระบบนิเวศมีแร่ธาตุอุดมสมบูรณ์ เหมาะแก่การดำรงอยู่ของสัตว์อื่น ๆ

คนโบราณเชื่อว่า หากจอมปลวกขึ้นในทิศทางที่ดีก็จะให้คุณ เมื่อมีจอมปลวกขึ้นจึงนิยมหาผ้าแดงมาผูกและทำพิธีเซ่นไหว้ นัยว่าจะได้มีโชคลาภร่ำรวยหรือสุขสบายนั่นเอง


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

กรุณาแสดงความคิดเห็นโดยสุภาพ และไม่ผิดกฎหมาย