เรื่อง โรงแรมผีสิงที่สระบุรี เล่าเรื่องผี โดย สินธุชา มาธวรรย์ #ผีดุ #ผีหลอก #สยองขวัญ

โรงแรมผีสิง


เรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้คือประสบการณ์ที่ยากแก่การอธิบายของชายชื่อ “ศร”


ศรเป็นคนกรุงเทพฯ และเป็นผู้ชายที่ออกจะเจ้าชู้อยู่สักหน่อย

เมื่อ 26 ปีก่อน เขาเคยมีแฟนคนหนึ่งชื่อ “น้อย” เธอเป็นคนกรุงเทพฯ เหมือนกัน แต่ต้องไปทำงานบริษัทเอกชน และพักที่จังหวัดลพบุรี อย่างไรก็ตาม ชีวิตการทำงานต่างจังหวัดของน้อยไม่ได้สร้างปัญหาอะไรให้กับศร เพราะทั้งคู่มักจะหาเวลานัดพบกันในวันหยุดอยู่เป็นประจำ เพื่อกระชับความสัมพันธ์เอาไว้ให้เหนียวแน่น

การนัดพบกันนี้ทำให้ศรต้องเดินทางออกต่างจังหวัดบ่อย ๆ จนเป็นเรื่องปกติ เพราะเขากับน้อยมักจะนัดพบกันที่โรงแรมในจังหวัดสระบุรีเสมอ เนื่องจากเป็นการพบกันครึ่งทางระหว่างกรุงเทพฯ กับลพบุรี

สมัยนั้นจังหวัดสระบุรีมีแต่โรงแรมสภาพเก่า ๆ ราคาไม่แพง บางโรงแรมเป็นตึกเก่าแก่สร้างมานานมาก หากนอนหงายอยู่บนเตียงก็จะมองเห็นเพดานห้องสูงลิบ ดูเวิ้งว้างและทำให้กลัวว่าจะมีตัวอะไรห้อยหัวลงมา บางโรงแรมก็ดูเก่าแบบขลัง ๆ หน่อย บรรยากาศออกไปในทางมืดทึม ๆ เปิดไฟสลัว ๆ ยิ่งเข้าไปอยู่ในห้องพักแล้วก็ยิ่งน่ากลัวเข้าไปใหญ่ เพราะมันจะดูเหมือนกับโรงแรมผีสิงในภาพยนตร์เลยทีเดียว แต่ด้วยความที่ศรไม่ค่อยกลัวเรื่องพวกนี้สักเท่าไรนัก และคร้านที่จะขับรถไปไกลถึงลพบรุ ีเพื่อค้างคืนที่บ้านพักของน้อย เขาจึงยอมเปิดห้องในโรงแรมที่สระบุรีเพื่อความสะดวก

ความสัมพันธ์ของศรกับน้อยก็ดำเนินไปตามปกติ การนัดพบกันจะเปลี่ยนโรงแรมวนไปเรื่อย ๆ รวมถึงเปลี่ยนห้องเสมอ ไม่มีห้องพักประจำแต่อย่างใด จนกระทั่งคืนหนึ่ง เขาได้เปิดห้องพักหมายเลข 213 ของโรงแรมที่เคยบอกไปก่อนหน้านี้แล้วว่า มีบรรยากาศเก่าแบบขลัง ๆ ทั้งภายนอกและภายในจะดูมืด ๆ สลัว ๆ วัสดุส่วนใหญ่ของโรงแรมสร้างด้วยไม้สีเข้ม ยิ่งทำให้ดูทึบทึมมากยิ่งขึ้น

และโรงแรมนี้ แม้ว่าที่ผ่านมาเขาจะเคยพาน้อยมาค้างนับครั้งไม่ถ้วนก็ไม่มีปัญหา แต่นั่นเป็นห้องอื่น ส่วนห้องหมายเลข 213 นั้น นับเป็นครั้งแรกสำหรับเขาที่ได้ใช้บริการ ซึ่งเพียงแค่เปิดประตูเข้าไป เขาก็แทบจะผงะออกมาเสียแล้ว เพราะวูบแรกเลยคือการได้กลิ่นอับชื้น เหมือนไม่ได้ทำความสะอาดพรมปูห้องมานาน อดคิดภายในใจไม่ได้ว่า คืนนี้มีสิทธิ์เจอดีหรือเปล่าก็ไม่รู้ ศรรู้สึกสังหรณ์ใจไม่สู้ดีนัก เขารีบเดินเปิดเครื่องปรับอากาศและเปิดหน้าต่างห้อง จนรู้สึกว่ากลิ่นห้องดีขึ้นแล้ว จึงปิดหน้าต่าง ก่อนจะรูดผ้าม่านบังสายตาคนภายนอกที่อาจมองเข้ามาได้

จากนั้นเขาก็บอกให้น้อยไปอาบน้ำ ส่วนเขาเปิดโทรทัศน์ดูฆ่าเวลาไปเรื่อย ๆ และคิดว่าจะอาบน้ำต่อจากน้อย แต่พอน้อยอาบน้ำเสร็จ นุ่งผ้าขนหนูออกมา เขากลับเปลี่ยนใจ และไม่รอช้า รีบดึงร่างของน้อยเข้ามากอดจูบด้วยความคิดถึง แล้วในที่สุดก็เลยเถิดจนจบลงบนเตียงนอนเหมือนทุกครั้ง

พอเสร็จสมอารมณ์หมายแล้ว น้อยถึงได้บอกศรว่า คืนนี้เธออยุ่ค้างคืนด้วยไม่ได้ เพราะต้องขับรถกลับไปทำงานของบริษัทให้เสร็จ เนื่องจากถูกผู้จัดการเร่งรัดมา ศรได้ยินเช่นนั้นก็ไม่ขัดหรือตื้อให้อยู่ต่อ ยินยอมให้น้อยเดินทางกลับไปลพบุรีตามลำพัง เพราะเขาได้ในสิ่งที่ต้องการไปแล้ว

พอน้อยคล้อยหลังออกจากห้องไปได้ไม่นาน เขาก็โทรศัพท์สั่งให้พนักงานโรงแรม นำเหล้า โซดา น้ำแข็ง และกับแกล้มมาส่งให้ที่ห้องพักหมายเลข 213 เขานั่งดื่มหมดขวดแบนจนเมา ประกอบกับรู้สึกอ่อนเพลียจึงหลับไปอย่างง่ายดาย

ศรมารู้สึกตัวอีกครั้งก็เมื่อพบว่าน้อยกลับเข้ามาในห้องพัก แล้วถอดเสื้อผ้าจนเหลือแต่ร่างเปลือย ก่อนจะขึ้นมานอนกอดเขาอยู่บนเตียง ท่ามกลางความสลึมสลือ เขาอยากจะถามน้อยว่าทำไมรีบกลับมา ไม่ต้องเร่งมือทำงานของบริษัทแล้วหรือไง แต่เขาก็ไม่ได้ถามออกไปอย่างที่คิด เพราะขณะนั้นรสสัมผัสทางเนื้อหนังทำให้เขาอดใจไม่ได้ที่จะบรรเลงเพลงรักกับน้อยอีกครั้งหนึ่งตามสัญชาตญาณ ก่อนจะหลับไปอีกรอบหนึ่ง

เขาหลับไปนานมากทีเดียว มารู้สึกตัวอีกครั้งก็ใกล้เที่ยงวันแล้ว เนื่องจากพนักงานโรงแรม โทรศัพท์มาปลุก และสอบถามว่าต้องการพักต่ออีกคืนหรือไม่ เขาปฏิเสธไปทันที และพยายามใช้มือควานหาร่างของน้อยบนเตียง แต่ไม่พบ

ตอนนั้นศรคิดว่าน้อยคงอยู่ในห้องน้ำเพราะได้ยินเสียงกดชักโครกสองครั้ง ต่อมาก็มีเสียงเหมือนคนเปิดฝักบัวอาบน้ำ แต่เมื่อเขาลุกจากเตียง เดินไปหยิบเสื้อผ้าและกางเกงที่ตกอยู่บนพื้น เขาก็พบว่าประตูห้องน้ำเปิดอ้าซ่า แต่ไม่มีใครอยู่ในห้องน้ำเลย ตอนนั้นเขาบอกตัวเองว่าคงเป็นเสียงดังมาจากห้องข้าง ๆ แต่ที่แปลกมาก ๆ คือโซ่คล้องประตูห้องพักยังคงคล้องอยู่ที่เดิม นั่นหมายความว่า เป็นไปไม่ได้เลยที่จะมีใครเข้ามาในห้องพักนี้ ถ้าเขาไม่ปลดโซ่คล้องประตูให้ แล้วเมื่อคืน น้อยกลับเข้ามาหาเขาได้ยังไงกันล่ะ ศรนึกสงสัย พอคิดอะไรขึ้นมาได้ก็นึกกลัวขึ้นมาจนตัวสั่น แต่ก็ยังพยายามทำใจกล้าเข้าไว้ มิหนำซ้ำยังคิดเข้าข้างตัวเองว่า กลางวันแสก ๆ แบบนี้ คงไม่โดนผีหลอกแน่ แล้วรีบโทรศัพท์ไปหาน้อยที่ลพบุรีทันที

“กลับถึงกรุงเทพฯ หรือยังจ๊ะศร แล้วโทรมาหาน้อย มีธุระอะไรหรือเปล่า” น้อยถามเสียงใสมาตามสายโทรศํพท์

“แค่อยากรู้ว่า เมื่อคืนน้อยกลับไปตอนไหน แล้วทำไมจะกลับก็ไม่ปลุกกันเลย”

“เอ๊ะ น้อยก็บอกศรแล้วนี่ว่าจะกลับลพบุรี ศรเมาหรือเปล่าเนี่ย”

“อ้าว น้อยไม่ได้ย้อนกลับมาหาศรตอนดึกเหรอ”

“เอ๊ะ ศรพูดเรื่องอะไรเนี่ย”น้อยทำเสียงงุนงง

“สงสัยเมื่อคืนจะดื่มเยอะไปหน่อย ศรคงเมาแล้วฝันเป็นตุเป็นตะไปเองน่ะ ก็ฝันว่าน้อยกลับมาที่โรงแรมอีกครั้ง จนเรามีอะไรกันอีกรอบนึง” ศรสารภาพ

“เป็นเอามากนะศร” น้อยอดหัวเราะอย่างเขิน ๆ ออกมาไม่ได้

“คงเป็นเพราะคิดถึงน้อยมากเกินไปมั้ง” ศรทำเป็นปากหวานตามประสาผู้ชาย

“คิดถึงน้อยมากก็ให้แม่มาขอสิ จะได้อยู่ด้วยกันทุกวันทุกคืน”น้อยพูด

“ศรคงมีความสุขมากเลย ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง” ศรก็เออออตามน้อยไป

ศรแกล้งพูดออกไปตามที่น้อยอยากได้ยิน จากนั้นคุยกันอีกไม่กี่คำก็วางหูโทรศัพท์ลงบนโต๊ะหัวเตียง แล้วแทนที่จะอาบน้ำเสียก่อน ศรก็รีบแต่งตัวอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเผ่นออกจากห้องพักหมายเลข 213 ด้วยเกรงว่าขืนมัวโอ้เอ้อยู่ในห้องนาน จะมีใครเข้ามาโดยไม่รับเชิญอีกเหมือนเมื่อคืน

หลังจากเหตุการณ์ในคืนนั้นแล้ว ศรกับน้อยยังคงนัดพบกันอีกหลายครัั้ง แต่ศรเลี่ยงไปพักโรงแรมอื่นที่แม้จะเก่าเหมือนกัน แต่ก็ไม่เคยเจออะไรแปลก ๆ ให้หวาดผวาเหมือนห้องพักหมายเลข 213 ของโรงแรมนั้น ที่สำคัญมันยังเป็นช่วงเวลาที่น้อยเริ่มเร่งรัดให้รีบแต่งงานทุกครั้งที่นัดพบกัน แต่ศรกลับยังไม่พร้อมที่จะสละโสดหรือสร้างครอบครัว การเร่งรัดของน้อยยิ่งทำให้เขารู้สึกเบื่อหน่าย เขาจึงค่อย ๆ ลดการนัดเจอกับน้อยจนเหลือแ่ค่เดือนละครั้งหรือสองครั้ง โดยอ้างว่างานยุ่งมากเพราะกำลังได้เลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น

ในเวลาต่อมาศรก็ได้รู้จักกับผู้หญิงคนใหม่ที่อยู่ใกล้กว่าและน่าสนใจมากกว่าน้อย จนมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งต่อกัน เมื่อน้อยรู้เพราะมีคนเห็นแล้วนำไปฟ้อง น้อยจึงประชดเขาด้วยการยอมแต่งงานกับผู้จัดการบริษัท ที่แอบชอบน้อยมานานแล้ว
 

ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ศรก็ไม่เคยได้ไปค้างคืนที่โรงแรมในสระบุรีอีกเลย แต่ทุกครั้งที่มีเหตุให้ต้องขับรถผ่านหน้าโรงแรมดังกล่าวคราวใด เขาก็ยังอดสยองใจไม่ได้เสมอ รู้สึกขนลุกที่ครั้งหนึ่งเคยมีอะไรกับสิ่งที่ไม่สามารถอธิบายหรือพิสูจน์ได้ นั่นเป็นความทรงจำที่ยากจะลืมได้ลงจริง ๆ และเขาต้องปลอบใจตัวเองว่า มันคงเป็นแค่ความฝันเท่านั้น





ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

กรุณาแสดงความคิดเห็นโดยสุภาพ และไม่ผิดกฎหมาย